SIMON-KUCHER&PARTNERS_banner.jpg

HIGHLIGHT:

เกี่ยวกับเรา

Simon-Kucher & Partners เป็นบริษัทให้คำปรึกษาระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการกลยุทธ์การเพิ่มอัตราเติบโตของยอดขาย ด้วยจำนวนบุคลากรที่มากกว่า 1,400  คน ใน 25 ประเทศทั่วโลก เราช่วยคิดค้นวิธีเพิ่มรายได้และผลกำไรให้กับลูกค้าในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและทั่วทุกภูมิภาค

Jan Weiser ดำรงตำแหน่งหุ้นส่วนที่สำนักงาน Simon-Kucher ในสิงคโปร์ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ในการให้คำปรึกษาลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ด้านการวางกลยุทธ์ การกำหนดราคา และการแผนการขาย Jan เป็นผู้ดูแลกลุ่มธุรกิจด้านชีววิทยาศาสตร์  ประกันภัย และวิธีปฏิบัติทางด้านเทคนิคของ Simon-Kucher ในภูมิภาคเอเชีย

Chetan Prakash ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน Simon-Kucher ในสิงคโปร์ และมีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในด้านกลยุทธ์และการสร้างรายได้ การวิเคราะห์ข้อมูล และการให้คำปรึกษาแก่สถาบันการเงิน สาธารณูปโภค และโลจิสติกส์ นอกจากนี้ เขายังเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการความรับผิดชอบต่อสังคมระดับโลกของ Simon-Kucher โดยเป็นผู้ริเริ่มขับเคลื่อนความยั่งยืนและโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์ในภูมิภาค รวมถึงให้คำปรึกษาแก่สตาร์ทอัพ 

 

บริบทในการให้คำปรึกษา:

Simon-Kucher ทำงานร่วมกับ Expara ventures เพื่อสนับสนุนโครงการบ่มเพาะและเร่งการเติบโตมากมายในภูมิภาค และได้ทำงานร่วมกันในการให้คำปรึกษาแก่กลุ่มสตาร์ทอัพซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Space-F โดยโครงการนี้ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อบ่มเพาะและเป็นเร่งการเติบโตธุรกิจด้านเทคโนโลยีอาหาร (FoodTech) ที่ครบวงจรที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย

ปัจจัยสำคัญด้านธุรกิจของผู้ประกอบการที่เข้ารับคำปรึกษา จำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลง ในช่วงเวลานั้น ?

 

สิ่งสำคัญที่สุดของธุรกิจที่ต้องได้รับการแก้ไขคือ การขาดความชัดเจนและการให้ความสำคัญต่อกลยุทธ์ขายและกลยุทธ์การเรียกลูกค้า เนื่องจากทางทีมไม่ได้มีการกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นผลทำให้ไม่สามารถสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์ (value proposition) อย่างชัดเจนต่อลูกค้าได้ นอกจากนี้ยังหมายความว่าทางทีมไม่ได้มีข้อมูลเชิงลึกมากพอเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้าและความเต็มใจในการจ่ายเงินเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์

คุณให้คำแนะนำด้านใดที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ?

ให้ความสำคัญด้าน ความต้องการของลูกค้า และความเต็มใจที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ของลูกค้า เป็นอันดับแรก และต้องเข้าใจองค์ประกอบทั้งสองข้อนี้อย่างถ่องแท้ หากคุณต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมโดดเด่น เติบโตได้ และสามารถสร้างมูลค่าต่อลูกค้าไปพร้อมๆกัน ในขณะเดียวกันนั้นทั้งหมดนี้จะถูกแปลเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและความเข้าใจต่อความเต็มใจที่จะจ่ายของลูกค้าตามมูลค่าของผลิตภัณฑ์ที่คุณกำหนด เมื่อทีมเห็นภาพดังกล่าวอย่างชัดเจนแล้ว ก็จะสามารถจัดลำดับความสำคัญกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการขาย ให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มที่จะซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการสูงสุด

 

สตาร์ทอัพมักตกหลุมพลางอย่างง่ายดายโดยการตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ในทุกวิถีทางเพื่อแสวงหาการเติบโตของฐานลูกค้าและรายได้ อย่างไรก็ตามธุรกิจระยะเริ่มต้นมีทรัพยากรอยู่อย่างจำกัด การใช้กลยุทธ์เรียกลูกค้าโดยขาดความเข้าใจในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจน อาจนำไปสู่ภาวะหายนะของธุรกิจ และทำให้ต้องปิดตัวลงในที่สุด

 

 

การวางกลยุทธ์การเติบโตที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจความต้องการและความศักยภาพในการซื้อสินค้าและบริการนั้น หมายถึงคุณต้องปฏิเสธลูกค้าบางรายและแหล่งรายได้บางส่วน แต่ประโยชน์ที่จะได้รับนั้นก็คือการเปลี่ยน กลยุทธ์นวัตกรรมของคุณจาก ความหวังที่จะสร้างรายได้ เป็น ความมั่นใจว่าธุรกิจว่ากลยุทธ์ของคุณจะสร้างรายได้อย่างแน่นอน

คุณอยากฝากข้อคิดอะไรให้ผู้ประกอบการไทยบ้าง 

“ การเป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับใครบางคนนั้น

  ย่อมเหนือกว่าการเป็นบางสิ่งบางอย่างของทุกคน”

เผยแพร่ วันที่ 28 พ.ย. 2563